ถ้าจะอยากรับใช้ร.10 ขนาดนี้ รีบลาออกไปสมัครเป็นทหารฮาเร็มมันเถอะนะ

KTUK – คนไทยยูเค

6tSipthonsohredh  ·

ข่าวใหญ่ จากที่ประชุมศาลฎีกา…

เมื่อประธานศาลยอมรับว่าทำตามคำสั่งร.10 จับม็อบ!?!Thailand Only

คอนเฟิร์มแล้วคุกมีไว้ขังคนเห็นต่างเท่านั้น นาง เมทินี ชโลธร อดีตสลิ่มกปปส. นั่งเป็นประธานศาลฏีกา ถวายตัวรับใช้ร.10 หวังเลียเต็มที่ข่าวกล่าวว่า ในที่ประชุมผู้พิพากษา ประมาณ 1/3 “ไม่เห็นด้วย” ที่ศาลต้องขังแกนนำ โดยที่ยังไม่มีความผิด

👏🏼ขอชื่นชมเลยผู้พิพากษาคนที่ยังรู้ผิดชอบชั่วดีแต่ในขณะเดียวกัน

ประธานศาลอีตัวสลิ่ม ตอบในที่ประชุมว่า “มีบุคคลภายนอกสั่งมาอีกที” เลยต้องขังถ้าจะอยากรับใช้ร.10 ขนาดนี้ รีบลาออกไปสมัครเป็นทหารฮาเร็มมันเถอะนะ อย่าอยู่เป็นภัยสังคมเลย

ประชุมผู้พิพากษา ประมาณ 1/3 “ไม่เห็นด้วย” ที่ศาลต้องขังแกนนำ โดยที่ยังไม่มีความผิด

อังกฤษ-รายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชน

อ่านรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนตามกลไก UPR (Universal Periodic Review) ครั้งที่ 39 ภาษาอังกฤษ จำนวน 63 หน้าโดยแตะที่ปุ่ม Download

https://www.sherothailand.org/post/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93-%E0%B8%AA-%E0%B8%97%E0%B8%98-%E0%B8%A1%E0%B8%99-%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%81upr-39th-session

รายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนตามกลไกUPR 39th Session

Thailand

Joint Submission to the UN Universal Periodic Review

39th Session of the Working Group

Freedom of expression and assembly of youth activists and the protection of youth human rights defenders

This submission is a joint submission by the below youth-led civil society organizations (CSOs) that mobilize and drive peaceful demonstration in Thailand.

1. SHero Youth Network

2. United Front of Thammasat and Demonstration (UFTD)

3. Student Union of Thailand (SUT)

4. Bad Students

5. The Ratsadon

6. UNME of Anarchy

7. Nisit Chula Party

8. ROOT

แสนยานุภาพที่เย้ยหยันชีวิตคนตาย 

🎯 แสนยานุภาพที่เย้ยหยันชีวิตคนตาย 
พล.อ.อาวุโส มิ่นอ่องหล่ายน์ ผู้บัญชาการสูงสุดคณะรัฐประหารในเมียนมา จัดพิธีสวนสนามอย่างยิ่งใหญ่เนื่องในวันสถาปนากองทัพ 27 มี.ค. ณ กรุงเนปิดอว์ เมืองหลวงของประเทศ 
ทั้งยังต้อนรับ พล.อ.อาวุโส อเล็กซานเดอร์ ฟอร์มิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม จากรัสเซีย และคณะทูตจากต่างประเทศได้แก่ จีน, อินเดีย, ปากีสถาน, บังคลาเทศ, เวียดนาม, ลาว และประเทศไทย 
ท่ามกลางวันมหาวิปโยคที่ชีวิตของชาวเมียนมาอย่างน้อย 90 ราย ต้องสิ้นไป
ขณะที่ผู้นำการยึดอำนาจชี้ว่า พิธีการในวันนี้เป็นไปเพื่อตอกย้ำว่า ‘กองทัพ’ จะปกปักรักษาชีวิตของประชาชนและมุ่งมั่นบริหารประเทศภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ทว่ารายงานจากสำนักข่าว ‘Myanmar Now’ ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตด้วยน้ำมือเจ้าหน้าที่รัฐแล้ว 91 ราย (อัปเดต ณ เวลา 19.00 น. ตามเวลาในไทย) 
รายงานจากสื่อท้องถิ่นระบุว่า ท่ามกลางผู้ตายทั้ง 29 ศพที่เมืองมัณฑะเลย์ มีเด็กอายุเพียง 5 ปี รวมอยู่ในนั้นเช่นเดียวกัน ขณะที่สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานภาพของเด็กวัย 1 ปี จากเมืองย่างกุ้ง ที่ถูกยิงด้วยกระสุนยางเข้าที่บริเวณตาข้างขวา 
หากนับรวมผู้เสียชีวิตจนถึงวันนี้ รอยเตอร์สระบุว่ามีชาวเมียนมาเสียชีวิตจากการปราบปรามของเจ้าหน้าที่รัฐแล้วทั้งสิ้นมากกว่า 400 ราย 

#VoiceOnline

รุ้ง ประกาศอดอาหาร

รุ้ง ประกาศอดอาหารถ้าไม่ได้ประกัน”ขอให้การตายของเราเป็นสายธารนำความหวังสู่สังคม”


.ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 704 ศาลอาญา รัชดา ศาลนัดตรวจหลักฐานคดีการชุมนุม #19กันยาทวงคืนอำนาจราษฎร จำเลยในคดีนี้มีทั้งหมด 22 คน แบ่งเป็นจำเลยที่เบิกตัวมาจากเรือนจำ 9 คน ได้แก่ อานนท์ นำภา, พริษฐ์ ชิวารักษ์, สมยศ พฤกษาเกษมสุข, หมอลำแบงค์หรือปดิวัฒน์ สาหร่ายแย้ม, ไผ่ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, ไมค์ ภาณุพงศ์ จาดนอก, แอมมี่ ไชยอมร, รุ้ง ปนัสยา, และชูเกียรติหรือจัสติน นอกจากนั้นก็มีจำเลยที่ได้รับการประกันตัวอีก 13 คน


ในช่วงเช้าทนายความจำเลยได้แถลงขอเลื่อนการตรวจพยานหลักฐานแล้ว และศาลอนุญาตให้เลื่อนได้ และสั่งพักการพิจารณาคดีในเวลาประมาณ 12.30 ก่อนจะกลับมาต่อในช่วงบ่าย


การพิจารณาคดีในช่วงบ่ายเริ่มขึ้นประมาณ 14.00 ศาลเรียกทนายจำเลยที่ 3 คือ หมอลำแบงค์ และทนายจำเลยที่ 7 คือ ไผ่ ไปคุยที่ใต้บัลลังก์ หลังจากนั้นทนายความกลับไปคุยกับจำเลยทั้งสองคน ด้านทนายของไผ่แถลงขอปรึกษาคดีเป็นการส่วนตัวกับลูกความ ขออย่าให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่เฝ้าอยู่ในห้องกีดกันหรือแอบฟัง ศาลอนุญาต ทนายความสามคนจึงไปยืนคุยกับไผ่ที่มุมหนึ่งของห้อง โดยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ 3-4 คนยืนล้อมดูห่างออกมา 3-4 ก้าว ส่วนทนายของหมอลำแบงค์นั่งคุยกับจำเลยที่ม้านั่งโดยมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นั่งฟังอยู่ติดกันทั้งสองฝั่ง


จากนั้นรุ้งขอแถลงต่อศาล ศาลเรียกให้ไปยืนใต้บัลลังก์ และอ่านข้อความที่เตรียมมา รุ้งอ่านคำแถลงไปร้องไห้ไป โดยคำแถลงสรุปความได้ว่า หนูเข้าเรียนคณะสังคมวิทยาและมนุษยวิทยาโดยเชื่อในความเป็นมนุษย์ ตั้งแต่รู้จักกับเพนกวิน และเพื่อนๆ ก็ตั้งใจจะเคลื่อนไหวทางการเมืองด้วยความรัก ด้วยความหวังว่า จะเห็นสังคมที่ดีขึ้น แต่ตอนหลังมาเห็นว่ารัฐไม่สามารถดูแลทุกคนได้ มีคนต้องฆ่าตัวตายเพราะพิษเศรษฐกิจ

หนูโกรธมาก วันนี้ที่ร้องไห้ไม่ใช่เพราะอ่อนแอ แต่เพราะเป็นมนุษย์ที่มีความรู้สึกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน มีคนบอกว่า เป็นเรื่องผิดมากๆ ที่หนูออกมาใช้สิทธิเสรีภาพเคลื่อนไหวให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หนูผิดอะไร หนูเพียงแค่มีความรักไม่เหมือนเพื่อนมนุษย์


วันนี้หนูดีใจมากที่ศาลบอกว่าจะให้โอกาสต่อสู้คดี แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ได้โอกาสนี้ หนูกับเพื่อนอีกหลายคนไม่ได้ประกันตัว เราถูกบังคับไม่ให้มีโอกาสนั้น

หนูกลัวค่ะ หนูกลัวว่าเพื่อนหนูจะเป็นอะไรไป หนูบอกเพนกวินว่า หนูกลัวมันตาย แต่เพนกวินตอบว่า ถ้าจะตายก็ให้ตายไป หนูคิดมาตลอดว่า เราสู้เพื่ออยู่ ไม่ได้สู้เพื่อตาย (ขณะพูดประโยคนี้หันมามองเพนกวิน) แต่ถ้าจะมีใครตาย ก็ขอให้ตายเพื่อคนที่ยังอยู่ และวันนี้หากไม่ได้รับสิทธิประกันตัวอีก จะขอประกาศอดอาหารด้วย โดยจะเริ่มจากการรับประทานวันละมื้อ และลดลงเหลือรับประทานแค่น้ำ นม และสารอาหาร ขอให้การตายของเราเป็นสายธารนำความหวังสู่สังคม


ระหว่างการอ่านถ้อยแถลง ณัฐชนนท์ชูสามนิ้วในห้องพิจารณาคดี เจ้าหน้าที่คนแรกเดินมากระซิบข้างหูแต่ณัฐชนนไม่เอามือลง เจ้าหน้าที่อีกคนจึงเดินเข้ามากระซิบและจับมือให้เอาลงวางข้างลำตัว หลังจากอ่านเสร็จศาลขอให้ส่งถ้อยแถลงนี้ที่เป็นลายมือของรุ้งเข้ามาในคดี ทนายความจึงฉีกกระดาษจากสมุดจด และยื่นให้ศาลเก็บไว้


บรรยากาศในห้องพิจารณาค่อนข้างวุ่นวาย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์พยายามจะไม่ให้ญาติ และเพื่อนที่มาฟังการพิจารณาได้พูดคุยกับจำเลยที่มาจากเรือนจำ อนุญาตเพียงให้ทนายความปรึกษาคดีเท่าน้ัน แต่เมื่อทนายความบางคนไปพูดคุยกับจำเลยในเรื่องอื่นๆ ก็จะถูกสั่งห้ามและถูกนั่งฟังอย่างใกล้ชิด ทำให้มีการโต้เถียงกันเป็นระยะๆ และต้องแถลงต่อศาลเพื่อให้ศาลสั่งอนุญาตให้คุยกันได้เป็นกรณีๆ ไป โดยเพื่อนๆ ของเพนกวินที่เป็นจำเลยในคดีนี้และจะขอคุยกับเพนกวิน ศาลไม่อนุญาต


หลังจากนั้นศาลอ่านรายงานกระบวนพิจารณาในเวลาประมาณ 15.10 ในรายงานระบุว่า การนัดตรวจพยานหลักฐานในวันนี้ฝ่ายจำเลยขอเลื่อนออกไปก่อน และกำหนดวันนัดใหม่เป็นวันที่ 8 เมษายน 2564 เวลา 9.00 และให้จำเลยที่ถูกขังระหว่างการพิจารณามาศาลเพื่อดูหลักฐานที่เป็นวิดีโอจากฝั่งโจทก์ในวันที่ 7 เมษายน 2564 โดยจำเลยที่ 4 คือ สมยศ และจำเลยที่ 7 คือ ไผ่ แถลงว่าหากได้รับการประกันตัวจะไม่พูดพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์อีก

ส่วนจำเลยที่ 3 คือ หมอลำแบงค์ แถลงว่าหากได้รับการประกันตัวจะไม่พูดพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ จะไม่เข้าร่วมเคลื่อนไหวทางการเมือง จะไปประกอบอาชีพเป็นหมอลำ ยินยอมติดกำไลอิเล็กทรอนิกส์ และจะมาศาลตามนัดทุกนัด หากไม่มาศาลนัดใดขอให้เพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวได้

++ บันทึกเยี่ยมรุ้ง ปนัสยา: เหตุที่ใช้ทัณฑ์ทรมานตนเอง ในการทดลองความจริง ++

หลายบทความ

ความเลวระยำของสุนัขรับใช้ที่กระทำกับประชาชนโดยอ้างกฏหมายที่บิดเบือนตามใจผู้สั่งการ  ทั้งที่ประชาชนไม่เคยคิดที่จะใช้ความรุนแรง พยายามพูดคุย ต่อรอง แสดงสัญลักษณ์  แต่เหมือนกับพ่อแม่ที่สอนลูกอันธพาล ที่มีแต่ความโมโหโกรธาให้กับพ่อแม่ ที่พ่อแม่งแสดงความห่วงไย  แต่กลับมองว่าไม่ตามใจ โถ…ไอ้พวกสุนัขรับใช้ที่ขาดสำนึกกตัญญู

– o O o-

ทหารของคณะรัฐประหารพม่า ฆ่าคนพม่าด้วยการเผาทั้งเป็น รัฐบาลที่นิ่งเฉยต่อความโหดร้ายนี้ก็ถือว่ายอมรับไม่ได้แล้ว แต่รัฐบาลประยุทธ์ถึงกับไปสนับสนุน คณะรัฐประหารแบบนี้ด้วยการไปร่วมพิธีสวนสนาม สนับสนุนให้เสบียงอาหารผ่านไปให้ทหารพม่า ถ้าไม่เรียกว่า เลวร้ายก็ไม่รู้จะเรียกอะไร

เคยภาคภูมิใจกับทหารไทยที่เคยไปช่วยรบเกาหลี ไปสงครามเวียดนามแล้วกลับมาเยี่ยงวีรบุรุษ เป็นทหารผ่านศึกมากเกียรติภูมิ แต่ทุกวันนี้ทหารและรัฐบาลทหารไทยทำความอัปยศด้วยการไปยินดีกับกองทัพที่เข่นฆ่าประชาชนตัวเองนับพันศพ  ทำร้ายประเทศทำลายโอกาสของประชาชนประเทศตัวเองยังไม่พอ ยังไปช่วยยืนเหยียบย่ำศพของประชาชนประเทศเพื่อนบ้านด้วย

– o O o –

ประชุมถกแถลงถึงเหตุผลที่ต้องไล่ประยุทธ์ ว่าเลวอย่างนั้นชั่วอย่างนี้ เจ้าเล่ห์หลอกลวงสับปรับฯลฯ

แต่กำหนดการกลับบอกว่าเดือนพฤษภาคม ทำไมต้องให้ผ่านเดือนเมษายนไปก่อนอันนี้น่าสนใจนะครับ แว่วข่าววงใน(ถ้าเกิดเป็นความจริง)มาว่า ทางวังออกพรบ.นิรโทษกรรม(ซึ่งก็อยู่ในมือของประยุทธ์แล้ว) จะนิรโทษกรรมนักการเมืองทั้งหมดยกเว้นคดีทุจริตและม.112(เอาไว้กดดันและต่อรองเป็นคนๆไปรวมทั้งยิ่งลักษณ์และทักษิณด้วย) 

นี่คือการแยกสลายพลังที่คัดค้านเจ้าโดยตรง เป็นการตีเมืองขึ้นฝ่ายเสื้อเหลืองซึ่งนิยมน้องสาว และช่วงชิงการสวามิภักดิ์ของฝ่ายเสื้อแดงที่ไม่ยอมตาสว่าง(หรือแกล้งทำเป็นตาไม่สว่าง) 

เดือนเมษายนอาจจะมีการโยกย้ายทหารกลางปี เพื่อลดทอนกำลังของฝ่ายประยุทธ์และ3 ป.ทรราช เพื่อให้ยอมสยบและถอยออกไปแต่โดยดี ก็จะสอดคล้องกับข้อเรียกร้องของฝ่ายประชาชน แล้วเปิดให้มีการรณรงค์เพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยอ้างว่าเพื่อให้การเลือกตั้งครั้งต่อไปบริสุทธิ์ยุติธรรม ก็จะประวิงเวลาไปได้อีกอย่างน้อยก็เกือบปี

ทำให้ฝ่ายที่เรียกร้อง “การปฏิรูปสถาบันฯ”โดดเดี่ยวและอ่อนกำลังลง ยิงนัดเดียวได้นกหลายฝูงครับ เราต้องจับตาดูให้ดีๆ

นี่ก็คือการปรับดุลย์กำลังครั้งใหญ่ทั้งของ “ฝ่ายประชาชน” ว่าใครเป็นใคร?และมีจุดยืนอย่างไร?

รวมทั้ง “ฝ่ายชนชั้นปกครอง” ไปด้วยในคราวเดียวกัน ครับ

– o O o –

The Reporters

================

UPDATE: ‘สมยศ’ ขอศาลมอบโทษประหารชีวิตเพื่อยุติปัญหาทั้งหมด ลั่นกว่าคดีจะสิ้นสุดตนเองคงสิ้นลมหายใจแล้ว


วันนี้ (29 มี.ค. 64) ที่ศาลอาญารัชดา  จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัว กลุ่มราษฎรชุดใหญ่ 22 คนมาที่ศาลอาญา ตามนัดตรวจพยานหลักฐานที่พนักงานอัยการคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งหมดในฐานดูหมิ่นสถาบันร่วมกันชุมนุมฯ มาตรา 112,116 ฯลฯ  กรณีชุมนุม วันที่ 19-20 ก.ย. 63 ที่สนามหลวง


โดย นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข อดีตนักสื่อสารมวลชนและนักกิจกรรม  หนึ่งในจำเลยความผิดในคดีดังกล่าวได้ขออนุญาตศาลลุกขึ้นชี้แจง ข้อมูลพิจารณาเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีว่า การพิจารณาคดีความผิดดังกล่าวใช้เวลานาน ตนเองมีอายุมากแล้วเกรงว่าอาจจะสิ้นลมหายใจก่อนที่คดีจะสิ้นสุดลง

พร้อมขอให้ศาลช่วยบันทึกคำให้การต่อจากนี้ ว่าตนเองและพวกที่ถูกดำเนินคดีดังกล่าว ไม่สามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้ และการที่ตนเองและพวกถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำทั้งที่ ผลการพิจารณาคดียังไม่สิ้นสุดลง

นับเป็นอุปสรรคในการต่อสู้คดี เพราะสุดท้ายแล้วหากศาลยกฟ้องตนเองและพวกก็ถือว่าจำคุกไปแล้ว หรือต่อให้ศาลฟ้อง ก็ถือว่าถูกจำคุกเช่นเดียวกัน


สุดท้ายนี้นายสมยศกล่าวว่า ขอให้ศาลตัดสินโทษประหารชีวิตให้ตนเอง เพื่อยุติปัญหาทั้งหมด และย่นระยะเวลาการพิจารณาคดีให้คนอื่นได้เร็วขึ้น อีกทั้งประชาชนจะได้ไม่ต้องกังวลและออกมาต่อสู้เรียกร้องเพื่อให้ปล่อยตัวตนเอง จนมีเหตุการณ์การปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจนอาจมีผู้ได้รับบาดเจ็บได้


#TheReporters

#เดอะรีพอร์ตเตอร์

– o O o –

นับวันเหตุการณ์ในพม่าทำท่าจะหนักมากขึ้นเมื่อกองทัพพม่าประกาศกวาดล้างทั้งประชาชนและชนกลุ่มน้อยด้วยอาวุธที่เหนือกว่า เนื่องในวันกองทัพพม่า27มีค.64ประกอบกับมี จนท.ระดับสูงจากรัสเซียเดินทางมาพบ ประชาชนหวันต่อสู้หนักต้องทำหลุ่มหลบภัยป้องกันอันตรายกันเองตามยถากรรมอน่าอนาถนักในเวลานี้ครับพี่น้อง..

ประเทศดัดจริต

“ประเทศนี้มันดัดจริต”
คำพูดนี้สั้น แต่นิยามมันยาว และ อธิบายสภาพและสภาวะของประเทศได้อย่างครอบคลุม
อย่างผู้นำประเทศในตอนนี้ ที่อ้าปากก็อ้างคุณธรรม อ้างว่าเป็นคนดี แต่สิ่งที่ทำกลับตรงกันข้าม
อย่างเรื่องเงินสีเทาจากธุรกิจสีเทา เงินใต้ดิน แทนที่จะเอาขึ้นมาบนดิน เอามาบริหารจัดการให้ชัดเจนและเกิดประโยชน์กับสังคมโดยรวม
แต่ดัดจริตอ้างคุณธรรมความดีมีศีลธรรมเพื่อคงความเป็นสีเทาไว้ เพื่อประโยชน์ของกลุ่มคนกลุ่มอาชีพที่หากินกับสีเทานั้น
ดูอย่างที่เป็นข่าวเมื่อวานแค่หลงจู๊สมชายคนเดียวที่หากินกับการพนันผิดกฎหมายอย่างเดียวก็มีเงินหมุนเวียนถึง 15,000 ล้าน
แล้วลองคิดดูว่า เมื่อก่อนมีบ่อนเตาปูน บ่อนประตูน้ำ หรืออย่างบ่อนพระราม3 ที่ฆ่ากันตายกลางเมืองยังเงียบ
แล้วดูข่าวที่ตามมาว่า อย่างหลงจู๊สมชายเจ้าเดียว เงิน 15,000 ล้านมันหมุนวนไปเกี่ยวข้องกับกลุ่มอาชีพไหนบ้างที่เป็นคนได้ผลประโยชน์ มีอยู่ไม่กี่สี และเป็นอำนาจซ้อนรัฐ เป็นอำนาจเหนือรัฐอยู่ทุกวันนี้
สมัยรัฐบาลทักษิณแค่เอาหวยใต้ดินขึ้นมาบนดิน รัฐก็มีรายได้หลายหมื่นล้าน สามารถส่งลูกหลานคนบ้านนอกไปเรียนเมืองนอกปีละหลายรัอยคน
พอพูดถึงทำธุรกิจสีเทาให้เป็นสีขาว ทำกะหรี่ให้ถูกกฎหมายเท่านั้นแหละ ก็มีพวกผู้ดีมีศีลธรรมทั้งหลายออกมาพูดทันทีว่า เดี๋ยวก็เป็นกะหรี่กันทั้งประเทศ
สมองคนพวกนี้ชอบเอาศักยภาพตัวเองไปวัดคนอื่น
ถ้าบริหารประเทศให้คนในประเทศให้อยู่ดีกินดี ไม่ให้มีการเอาเปรียบเชิงระบบ ไม่ให้มีแต้มต่อทางโอกาสในสังคมที่แตกต่าง ถามว่า ใครมันที่เกิดมาก็อยากเป็นกะหรี่เลย 
แต่ที่เป็นแบบนั้นมันเป็นเพราะเขาถูกเอาเปรียบเชิงระบบ และ ถูกแต้มต่อทางโอกาสที่ต่างกันมันจึงเป็นแบบนั้น
แต่เพราะประเทศนี้มันดัดจริต คงความเป็นสีเทาและความเป็นระบบมาเฟียไว้หาประโยชน์จากความได้เปรียบเชิงระบบนี้ไว้
และกลายเป็นว่าส่งเสริมคนที่หาประโยชน์จากสีเทามาเป็นใหญ่ 
ตอนนี้ทั้งคนหากินกับแป้ง กับบ่อน กับหวยใต้ดิน จึงรุ่งเรืองกันเต็มที่ เป็นทั้งรัฐมนตรี เป็นทั้งสว. เป็นยุคที่เสื่อมทางคุณธรรมและธรรมาภิบาลที่สุดแต่บอกว่าตัวเองเป็นคนดีบ่อยที่สุด
ประเทศดัดจริต คำพูดนี้สั้น แต่นิยามมันยาว

เลือกลัทธิไหน?

*..ความแตกต่างจุดดี-จุดเสียระหว่าง2ลัทธิการเมืองการปกครองบนโลกมนุษย์..นั่นคือ..

“ลัทธิเผด็จการอำนาจนิยมทุกลัทธิ​”..กับ..”นักการเมืองพลเรือนภายใต้ระบอบประ​ชาธิปไตยในระบบรัฐสภาของประชาชน”..ที่เรากำลังไฝ่ฝัน​หา..เผชิญและวิพากษ์วิจารณ์​มาตลอดยุคสมัย..ถึงขนาดจำเป็นต้องเกิดสงครามเพื่อแย่งชิงอำนาจกันและกันระหว่างสองขั้วลัทธิ..ด้วยบทสรุป​คร่าวๆดังนี้..


(1)..ข้อดี-ข้อของนักการเมืองภายใต้ระบอบ​ประ​ชาธิปไตย​ในระบรัฐสภาของประชาชน..โดยประชาชน..เพื่อประชาชน       

-​ชุมชนมีสิทธิ์​เลือกผู้นำของตนได้       

-​นักการเมืองแต่ละคนเป็นตัวแทนผ่านการเลือกตั้งของประชาชนแต่ละภาคส่วนอย่างชัดเจน       

-​มีหน้าที่เขียนกฎกติกกาหรือกฎหมายภายใต้กรอบที่ยอมรับได้..       

-​เสพอำนาจเพียง4ปี       

-​วิพากษ์วิจารณ์​ได้       

-​ตรวจสอบ-ถ่วงดุลย์​ได้       

-​เปลี่ยนตัวหรือถอดถอนได้ตามเหตุแห่งกระทำเช่นการอภิปราย​ซักฟอกหรืออาจยุบสภาแล้วมอบอำนาจแก่ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจ..       

-​ประชาชนมีสิทธิ์​รับรู้ข้อมูลข่าวสารได้       

-​เข้าถึงและใกล้ชิดประชาชน       

-​จัดสรรงบประมาณ​ถึงประชาชน       

-​ไม่สามารถใช้อิทธิพลป่าเถื่อนเพื่อการกดขี่หรือครอบงำผู้อื่นได้..       

-​มักชอบเล่นพรรคเล่นพวก        –

​ชอบซื้อเสียง-สัญญา​ว่าจะให้       

-​ชอบเล่นการเมืองภายใต้ระบบอุปถัมภ์​หรือมรดกตกทอด..”ตระกูล​นักการเมือง”

(2)..ข้อดี-ข้อเสียลัทธิเผด็จการอำนาจนิยมทุกลัทธิ..
         

-​ได้อำนาจมาด้วยการปล้น-โกงฉ้อฉล.. ฆ่า..ไล่ล่า..จับยัดคุกตะราง         

-​ละเมิดสิทธิมนุษยชน​และทำลายศักดิ์​ศรีความเป็นมนุษ​ย์         

-​มอมเมา..กดขี่ขูดรีด..และโกงฉ้อฉลทุกรูปแบบ..         

-​ตรวจสอบและถ่วงดุลย์​ไม่ได้         

-​เสพอำนาจยาวนานตามอำเภอใจ         

-​สืบทอดอำนาจทางสายเลือดและกลุ่มคณะภายใต้ลัทธิอุปถัมภ์นิยม         

-​เขียนรัฐธรรมนูญ​และกฎหมายเพื่อตนและหมู่คณะตามใจชอบ         

-​ครอบงำอำนาจตุลาการ         

-​ครอบงำกองทัพเพื่อเป็นมือปืนรับจ้างปล้น..ฆ่า..ไล่ล่าฯลฯ         

-​ครอบงำระบบราชการทุกหมู่เหล่าทุกกระทรวงทบวงกรม..         

-​โฆษณา​ชวนเชื่อมอมเมาประชาชนผู้จ่ายภาษีทั้งในระบบและนอกระบบ         

-​แบ่งเกรดแบ่งสีแบ่งชนชั้นมองประชาชน​ผู้จ่า​ยภาษี​เป็นเพียงไพร่และทาส..”มนุษย์​ไม่เท่ากันแต่กำเนิด”             

-​ลัทธิสังคมเถื่อนบางประเทศมีมนุษย์​สวรรค์​และมนุษย์​ใต้ฝุ่นผงธุลี             

-​ลัทธิการปกครองเป็นแบบรัฐอำนาจรวมศูนย์​และรัฐทรัพยากร​รวมศูนย์เพื่อชนกลุ่มน้อยและสมุนบริวารเพียงหยิมมือเดียว..           

-​กองทัพทหาร-ตำรวจและศาลตุลาการมีหน้าที่รับใช้อำนาจมืดและเป็นเสมือนมือปืนรับจ้างปล้น..ฆ่า..ไล่ล่าและจับยัดคุกตะราง..


*..ด้วยเนื้อหาข้อเท็จจริงคร่าวๆระหว่างสองขั้วลัทธิการปกครองในโลกมนุษย์​ปัจจุบัน​และสู่อนาคต..

“ท่านปุถุชน​จะเลือกข้อใด?ลัทธิใด?ได้ทั้งนั้น..

ทั้งนี้แล้วแต่ดุลยพินิจ​ของท่าน”..

แต่ที่แน่..”พวกสลิ่มอีลิทบัวใต้โคลนตมชอบเลือกข้อ2เป็นจำนวนมากเช่นกัน”..

แต่ก็มี..”พวกงูสองหัว+นกสองหัวเลือกสองข้อในคราวเดียวกัน(พวกงูเห่ากินกล้วย..”รักพี่เสียดายน้องรักน้องเสียดายพี่”)”..

ทั้งนี้ถ้า..”อำนาจสามานย์และทรัพย์​สามานย์ลงตัวได้ทั้งนั้น(อำนาจและทรัพย์​ที่ได้มาด้วยการปล้น.. ฆ่าและโกงฉ้อฉล)​”..*


*..บทความสั้นนี้อาจเป็นข้อบ่งชี้แนะให้ชาวบ้านทั่วไปได้เข้าใจและตาสว่างได้บ้าง..เพราะ..

“กระแสลัทธิเผด็จการอำนาจนิยมดุจพายุกล้าหมุนวนเชี่ยวกรากเหลือเกิน”..*

“..เลือกยากเกินกำลังเพราะดีทั้งคู่??..

“เลือก3ป.+มิ่นอ่องหล่ายก็ดีไม่น้อย”..

“29..3..21

พรรคเพื่อตน

*..ว่าด้วย..”พรรคเพื่อตน(เพื่อชนชั้นศักดินาที่แอบแฝงในเสื้อคลุมประชาธิปไตย​จอมปลอม)”..*


..บรรดาผู้นำและสส.นักการการเมืองพรรคเมืองฝ่ายซ้าย..ในนามพรรคใหญ่..”เพื่อไทย”..แม้จะถูกลัทธิทาสยำจนเละเทะมาแต่ใหนแต่ไร..”ชนิดเอาชีวิตไม่รอด(ถูกลอบสังหารหลายครั้ง)”..พวกเขาก็เหมือนยังไม่สำนึกนึกสำเนียก..”ไม่ตกผลึก”..>..พวกเขาจึง..

“สู้ไปกราบไป”..อย่างที่เห็นอย่างที่เป็น..ปกติแผลมีหนองถึง​ขั้นอักเสกเรื้อรังก็ต้องรู้ว่ามีการติดเชื้อจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ​หรือถ้ารักษาอาการอักเสบไม่อยู่ก็ต้องตัดทิ้ง​ ทั้งนี้..เพื่อ..”รักษาอวัยวะ​ส่วนใหญ่ไว้”..

ก็นี่ไง..”คนไทยทั้งชาติกำลังเผชิญ​สถานการณ์​ที่ต้องปฏิวัติ​เท่านั้น(only)​”..แต่เหล่านักการเมืองเพื่อไทย..”แผลติดเชื้อแต่ทาซีม่า”..มันคนละเรื่องแล้ว..”ถ้าสส.นักการการเมืองพรรคเพื่อไทยยังโลกสวยไม่อัพเดต​ ก็ต้องจับคิวเจริญรอยตามพรรคแมลงสาบ”..ก็นี่ไง..”กรรมการบริหาร​ระดับคีย์แมนพรรคเพื่อไทยต่างทะยอยไปสร้างรังใหม่(ต่างรู้ว่าฝืนอยู่ไปก็ไร้อนาคต)​”..*


..เมื่อ..”คนรุ่นใหม่Gen-Y-Zต้องต่อสู้กับลัทธิทาสเพียงลำพังจนต้องติดคุกติดตะราง”..ก็จริงอยู่..”ท่านTonyร่ายคาถายาวเรื่องการพัฒนา​ชาติด้วยเทคโนโลยี​AIและนวัตกรรม​ชั้นสูงนานัปการรวมทั้งเรื่องเศรษฐกิจ​ปากท้อง”..เราก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง..แต่..”ต้นเหตุรากเหง้าแห่งปัญหา​ชาติมาตลอดประวัติ​ศาสตร์​เกิดจากปัญหาอะไรเป็นอันดับแรกหรือ?..​ท่านTonyกลับไม่พูดถึงหรือแม้แต่จะเคยท้าวความเพียงสักครั้ง(มีอะไรซ่อนเร้นอยู่ในใจหรือกระไร?)”..

นั่นคือ..”ปัญหา​ลัทธิการเมืองการปกครองอันเกิดจากลัทธิทาสเผด็จการ​ขุนศึก​อำ​มาตย์​ศักดินา​จารีต​อนุรักษ์​ที่ป่าเถื่อนย้อนยุคและล้าหลัง”..ขอถามว่าบรรดานักการเมืองเพื่อไทยทุกระดับไม่รู้เดียงสากับเรื่องพรรณ​นี้​ใช่หรือไม่อย่างไร?(ขณะที่สส.พรรคก้าวไกลพูดจนปากแฉะ..”แกะดำ”..บนสภาโจรนับครั้งไม่ถ้วน​ จนต้องถูกสลิ่มตัวพ่อฟ้องร้องและพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบพรรคในที่สุด)..

ก็ต้องตอบแทนว่ารู้ทั้งรู้..แต่..”พวกเขายอมเป็นส่วนหนึ่งภายใต้ลัทธิทาสเพราะผลประโยชน์​ด้วยทรัพ​ย์..ด้วยลาภยศสรรเสริญ​..ด้วยเครื่องราชฯเหรียญ​ตราเต็มบ่าเต็มแผ่นอก(มันช่างดูทึ่งสง่างามพิลาสพิไลสะดุดตาเป็นไฉน..หรือ..ใครจะสลัดลดละได้เล่าเมื่อฉันมีโอกาสเหนือคนอื่น)”..

นี่แหละหนา..”ค่านิยมหลุดโลกพวกนักการเมืองและบุคคลสาธารณะ​ซึ่งดำรงภายใต้ลัทธิทาสมาแต่ยุคดึก”..ด้วยเหตุนี้เอง..”ลัทธิการเมืองการปกครองในรัฐกะลาฯจึงเต็มไปด้วยการครอบงำแห่งอำนาจมืดเหนือรัฐที่มีแต่การปล้น..ฆ่า..การกดขี่ขูดรีดและการคอรัปชั่น​ฉ้อฉล​มาตลอดประวัติ​ศาสตร์​”..*

“..วิ​พากย์​เพื่อบูรณาการ​สร้างขึ้น..”

29..3..21